หลักการเลือกสุนัข

 

การเลือกลูกสุนัขมาเลี้ยงนั้นต้องอาศัยปัจจัยหลายๆ

อย่างในการตัดสินใจ ทั้ง สุขภาพ ลักษณะภายนอก และนิสัย รวมทั้งขนาดของสุนัขเมื่อโตเต็มที่เเล้ว อย่างไรก็ตามการตัดสินด้วยขนาดของสุนัขก็อาจจะผิดพลาดได้เหมือนกัน อย่าง สุนัขพันธุ์เกรย์ฮาวนด์ ซึ่งถือว่ามีขนาดใหญ่ แต่มันกลับสร้างความวุ่นวายในบ้านน้อยกว่าสุนัขขนาดเล็กแต่ซนอย่างมาก เป็นต้น ถึงแม้ว่ามนุษย์จะนำสุนัขมาเลี้ยงเป็นเวลาช้านานมาเเล้ว จนพวกมันมีลักษณะแตกต่างจากต้นกำเนิดเป็นอย่างมาก แต่ด้วยสัญชาตญาณตามต้นกำเนิดก็ยังคงอยู่ ดังนั้น การเลือกลูกสุนัขมาเลี้ยงไม่ควรจะพิจารณาจากลักษณะภายนอกเเต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ควรจะศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับสายพันธุ์และต้นกำเนิดของสุนัข ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีผลต่อนิสัยและพฤติกรรมของสุนัขอีกด้วย

โดยการเลือกลูกสุนัขนั้น หลังจากที่ตัดสินใจเลือกพันธุ์ได้แล้ว

ก็อาจจะหาซื้อลูกสุนัขได้จากคอกสุนัขใกล้ๆ บ้าน โดยหารายชื่อได้จากวารสารต่างๆ ที่มีอยู่อย่างมากมายหรือจะติดต่อผ่านสมาคมผู้เลี้ยงสุนัขก็ได้ ยิ่งในปัจจุบันนั้นมีการขายบนอินเตอร์เน็ตกันอย่างมากมาย โดยสำหรับราคาลูกสุนัขจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ และความยากง่ายในการหาลูกสุนัขพันธุ์นั้นๆ ลูกสุนัขมักจะหย่านมและพร้อมจะไปอยู่กับเจ้าของใหม่เมื่ออายุได้ประมาณ 9 สัปดาห์ หลังจากนั้นควรพาไปตรวจร่างกายกับสัตวแพทย์การเลี้ยงสุนัขไม่จำเป็นต้องเป็นสุนัขพันธุ์แท้เท่านั้น สุนัขพันทางก็อาจเป็นสัตว์เลี้ยงที่ดีได้ และยังช่วยประหยัดเพราะราคาไม่แพง แต่ปัญหาก็คือการประมาณขนาดของลูกสุนัขพันทางเมื่อโตเต็มที่อาจจะค่อนข้างลำบาก สำหรับจุที่คุณต้องตรวจสอบก่อนจะจ่ายเงินก็มีทั้ง หูสะอาดหรือไม่ ดวงตาใสและต้องไม่มีขี้ตา ทางด้านของขนต้องไม่มีเหาหรือหมัด ส่วนกระดูสันหลังต้องไม่โปน เเละบริเวณทวารหนักต้องสะอาด ซึ่งหากพุงป่องอาจจะมีพยาธิได้ ควรสังเกตการเดินและวิ่งต้องเป็นธรรมชาติไม่ติดขัด เเละต้องดูว่ามีนิ้วติ่งหรือไม่

สำหรับสุนัขขนาดเล็กและสวยงาม นั้นหากคุณจะเลี้ยงสุนัขทอย

อย่างพวกพันธุ์ปาปิยอง นั้น ก็มีข้อดีกว่าพันธุ์ใหญ่ คือประหยัดค่าอาหารได้มากกว่า นอกจากนี้สุนัขพันธุ์เล็กมักจะฉลาดสอนง่าย มีเสน่ห์ ช่างประจบ และเหมาะสำหรับเด็กๆ อีกด้วย พวกมันจึงยังคงได้รับความนิยมเลี้ยงอยู่มาก เเต่สำหรับความเข้าใจที่ว่าสุนัขขนาดเล็กนั้นต้องการพื้นที่ในการเลี้ยงน้อยกว่าสุนัขขนาดใหญ่ก็คงจะไม่จริงเสมอไป โดยเฉพาะสุนัขเทอร์เรียร์ ซึ่งเป็นสุนัขที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา และชอบวิ่งเล่นในที่กว้างๆ เป็นอย่างมากโดยสุนัขล่าเนื้อขนาดเล็ก เช่น พันธุ์บีเกิล ก็เป็นพันธุ์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเพราะ ขนสั้น ดูแลง่าย ว่องไว และร่าเริง ธรรมชาติของสุนัขล่าเนื้อที่มีความสามารถในการดมกลิ่นมักจะฝึกให้เชื่อฟังได้ยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้กลิ่นอะไรบางอย่าง มักจะไม่ค่อยเต็มใจกลับมาเมื่อถูกเรียกกลับ นอกจากนี้สุนัขล่าเนื้อมักจะตะกละ

เเต่สำหรับสุนัขพันธุ์สเปเนียลเเล้ว

พวกมันเป็นสุนัขที่ใช้ในการกีฬาล่าสัตว์ซึ่งได้รับการพัฒนาให้ทำงานใกล้ชิดมนุษย์ เช่น พันธุ์อิงลิช สปริงเกอร์ สเปเนียล เป็นสัตว์เลี้ยงที่ดีมาก แต่ก็ต้องการพื้นที่สำหรับการวิ่งออกกำลังกายและต้องการดูแลรักษาขนอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะบริเวณใบหูซึ่งมีขนาดใหญ่และห้อยปรก ทำให้รูหูอับอยู่ตลอดเวลา ถ้าดูแลไม่ดีอาจก่อให้เกิดปัญหาเมื่อสุนัขอายุมากขึ้น โดยเฉพาะการติดเชื่อในหูเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย ปัญหานี้อาจลดได้โดยการใช้ชามอาหารก้นลึกมากๆ เพื่อให้ใบหูทั้งสองข้างห้อยอยู่นอกชามอาหารและไม่เปรอะเศษอาหาร

ส่วนสุนัขอารักขาหรือสุนัขเฝ้ายามนั้น

สุนัขพันธุ์ที่เหมาะสำหรับงานประเภทนี้จะเป็นพวก พันธุ์โดเบอร์แมน ที่ได้รับความนิยมมากในระยะหลังๆ นี้ อย่างไรก็ตามสุนัขเฝ้ายามส่วนมากมักจะมีพฤติกรรมของสุนัขใช้งานและชอบแสดงความเหนือกว่า ดั้งนั้น จึงต้องฝึกให้เชื่อฟังคำสั่งตั้งแต่เล็ก เพื่อไม่ให้สร้างปัญหาเมื่อสุนัขโตขึ้นเเละเป็นอันตรายต่อผู้อื่น ส่วนใครที่ชื่นชอบสุนัขพันธุ์ใหญ่ๆ นั้น อย่างเช่น เกรตเดน ซึ่งอาจไม่เป็นที่สนใจของคนส่วนมากแต่ก็เป็นสุนัขที่เรียบร้อยและเงียบขรึมไม่น่ากลัวหรือก้าวร้าวเหมือนขนาดหรือรูปร่าง เเต่ข้อด้อยของสุนัขพันธุ์ใหญ่ก็คือ ค่าอาหารที่สูงมากและต้องการสถานที่ค่อนข้างกว้าง พร้อมต้องคำนึงถึงเวลาที่ต้องขนย้ายไปรับการรักษาต่างๆ อีกด้วย